‘ประยุทธ์’ แนะเชิญ ศิลปินจัดคอนเสิร์ต กระตุ้นเศรษฐกิจ เปิดประเทศ 1 พ.ย.

‘ประยุทธ์’ แนะเชิญ ศิลปินจัดคอนเสิร์ต กระตุ้นเศรษฐกิจ เปิดประเทศ 1 พ.ย.

ประยุทธ์ ขอภาครัฐและเอกชนให้ความร่วมมือ เดินหน้า เปิดประเทศ 1 พ.ย. แนะศิลปินร่วมจัดกิจกรรมช่วงปีใหม่ กระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว นาย ธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า วันนี้ (19 ตุลาคม 2564) เวลา 08.45 น. ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี ณ ห้องสีม่วง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นำนายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย นางสาวฐาปนีย์เกียรติไพบูลย์ รองผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

ด้านตลาดในประเทศ นายชำนาญ ศรีสวัสดิ์ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย 

นายสุทธิพงศ์ เผื่อนพิภพ รองประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และนางฐนิวรรณ กุลมงคล นายกสมาคมภัตตาคารไทย เข้าพบเพื่อรับนโยบาย “การเปิดรับนักท่องเที่ยวเข้าประเทศโดยไม่ต้องกักตัว” โดยมี นายดิสทัต โหตระกิตย์ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี เข้าร่วมด้วย

นายกรัฐมนตรีขอบคุณทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องที่จะร่วมมือกันดำเนินการอย่างเต็มที่ในการที่จะเตรียมความพร้อมเปิดประเทศตามเป้าหมายที่กำหนด ในวันที่ 1 พฤศจิกายน นี้ โดยต้องมีการกำหนดเงื่อนไขอย่างรอบคอบชัดเจนในการเปิดรับนักท่องเที่ยวจากกลุ่มประเทศต่าง ๆ เป็นไปตามเงื่อนไข ข้อตกลงระหว่างประเทศต้นทางและประเทศไทย ควบคู่กับการดำเนินมาตรการด้านสาธารณสุขป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 สำหรับผู้เดินทางมาท่องเที่ยวและประชาชนในพื้นที่เกิดความมั่นใจในการดูแลด้านความปลอดภัยสาธารณสุข

ทั้งนี้ ยังขอให้พูดคุยกับสถานประกอบการต่าง ๆ ให้เกิดความเข้าใจตรงกันถึงความจำเป็นต่อการดำเนินมาตรการต่าง ๆ ของรัฐ เพื่อทุกภาคส่วนร่วมมือไปด้วยกันและปฏิบัติตามมาตรการ ให้สามารถดำเนินการตามแนวทางที่กำหนดไว้ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศไทยควบคู่กับการดูแลด้านสาธารณสุขและสุขภาพของประชาชนและผู้ที่จะเดินทางเข้ามาในประเทศด้วย

โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรี มอบหมายให้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาถึงการจัดกิจกรรมในช่วงเทศกาลปีใหม่ ในรูปแบบร่วมกันระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน รวมถึงการพิจารณาถึงความเป็นไปได้ในการจัดคอนเสิร์ตโดยศิลปินไทย ศิลปินพื้นบ้านในพื้นที่ต่าง ๆ และกรุงเทพมหานคร เพื่อช่วยเหลือกลุ่มศิลปินที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 และการกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศในช่วงสิ้นปี โดยย้ำให้ใช้จ่ายงบประมาณต้องเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุด ขณะเดียวกัน นายกรัฐมนตรี ยังได้กล่าวถึงการจัดประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ (ครม.สัญจร) ในช่วงเดือนพฤศจิกายน ในจังหวัดนำร่องพื้นที่ท่องเที่ยว

จากนั้น นายกรัฐมนตรี ยังให้ ม.ร.ว. หญิงวไลวัฒนา สวัสดิ์-ชูโต กรรมการมูลนิธิชีวิตพัฒนา ในพระอุปถัมภ์ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ เข้าพบเพื่อประชาสัมพันธ์การจำหน่ายผลิตภัณฑ์ดอกลำดวน ณ โถงกลาง ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล โดยนายกรัฐมนตรีกล่าวชื่นชมการดำเนินโครงการสาธารณประโยชน์ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุ พร้อมแนะให้มีการพัฒนาออกแบบผลิตภัณฑ์ให้มีความน่าสนใจมากขึ้น

โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีสนับสนุนซื้อผลิตภัณฑ์ “ดอกลำดวน เวลาเป็นของมีค่า” เพื่อให้มูลนิธินำรายได้ดังกล่าวไปเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินโครงการต่าง ๆ และเพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระศรีนครินทรา บรมราชชนนี และสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ พร้อมเชิญชวนให้คณะรัฐมนตรีร่วมให้การสนับสนุนมูลนิธิอีกด้วย

‘ชัยวุฒิ’ เผย ‘ประยุทธ์’ กำชับเร่งจับตัวผู้กระทำผิดปม บัตรเครดิต-เดบิต ถูกดูดเงิน

นาย ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ได้ให้สัมภาษณ์จากกรณีผู้ใช้บัตรเครดิตและบัตรเดบิตจำนวนมาก ประสบปัญหาหลังพบการชำระเงินที่ไม่ได้มาจากการทำธุรกรรมด้วยตนเอง โดยนาย ชัยวุฒิ ย้ำว่ากรณีไม่ได้เป็นการแฮก เพราะระบบธนาคารมีความมั่นคงปลอดภัย แต่ที่เกิดขึ้นมีการเอาข้อมูลเดบิตไปใช้โดยที่เจ้าของบัญชีไม่รู้

ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจ กำลังติดตามสืบสวนสอบสวนว่ามาจากแหล่งใด ใครไปใช้ประโยชน์ และสืบสวนว่าเงินไปตัดที่แพลตฟอร์มใด เช่น เกมหรือช่องทางออนไลน์ต่างๆ เพื่อนำตัวผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดี ส่วนเป็นการตัดเงินจากในประเทศหรือต่างประเทศนั้น เจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบอยู่ แต่ปัญหาที่เกิดขึ้น มีการใช้เงินออนไลน์และผ่านระบบดิจิทัลจำนวนมาก

นายชัยวุฒิ กล่าวอีกว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและรมว.กลาโหม ได้กำชับไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ให้เร่งติดตามจับกุมผู้กระทำความผิด แม้จะเป็นแพลตฟอร์มในต่างประเทศ แต่เชื่อว่าจะต้องมีคนไทยเข้ามาเกี่ยวข้อง และสามารถเอาผิดกับผู้ที่กระทำความผิดได้

ขณะเดียวกันได้หารือกับธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) ถึงมาตรการป้องกันและตรวจสอบการโอนเงินในระบบออนไลน์ เนื่องจากมิจฉาชีพใช้ช่องว่างของการโอนเงินจำนวนน้อยและไม่มีการแจ้งเตือน มากระทำความผิด จึงต้องเร่งปรับปรุงเพื่อปิดช่องว่างดังกล่าว

Credit : แนะนำสถานที่ท่องเที่ยว | แต่งบ้านและสวน | พระเครื่อง | รีวิวกล้องถ่ายรูป